การเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้

น้ำผลไม้ เมนูเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในประเทศไทย ถือเป็นน้ำผลไม้จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายและสุขภาพ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันโรค ช่วยในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระแล้วยังสามารถช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างความจำช่วยบำรุงสมอง และยังช่วยในเรื่องผิวพรรณให้แลดูสุขภาพดีและเรียบเนียนได้อีกด้วย

ด้วยคุณประโยชน์มากมายนี้เอง จึงส่งผลให้น้ำผลไม้ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานทั้งแบบของน้ำผลไม้สด หรือน้ำผลไม้แบบสำเร็จรูป 100% และด้วยความนิยมที่มีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานนี้ส่งผลให้ ส่งผลให้เครื่องปั่นน้ำผลไม้มีการผลิตออกมาเพื่อ รองรับการใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบมือหมุน เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบมอเตอร์ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบเกลียดคู่และเกลียวเดียวที่มีไว้ให้เลือกตามความเหมาะสมในการใช้งาน และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ไว้สำหรับใช้งาน บทความของเรามีแนวทางในการเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ ดังต่อไปนี้

  • พิจารณาขนาดของตัวถังปั่นหรือเครื่องปั่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากมีการใช้งานมากครั้งต่อวัน ควรจะเลือกใช้เครื่องที่มีโถปั่นขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการทุ่นแรงและช่วยในเรื่องของการผลิต
  • พิจารณาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำตัวถังปั่น พร้อมขนาดบรรจุที่รองรับการปั่น
  • พิจารณาถึงขนาดมอเตอร์ หรือกลไกของการปั่นโดยเฉพาะรอบหมุนที่เหมาะสมกับการทำงาน โดยทั่วไปแล้ว กำลังมอเตอร์ของเครื่องปั่นน้ำผลไม้จะอยู่ประมาณ 600 – 800 วัตต์ และ เครื่องปั่นสมูทตี้จะอยู่ประมาณ 1,500 วัตต์ขึ้นไป
  • พิจารณากำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมกับรอบการปั่น
  • พิจารณาถึงใบมีดในการตีปั่นที่ใช้ว่าทำจากสแตนเลสหรือไม่ เพราะการเลือกใบมีดที่มีความเหมาะสมจะมีผลต่อการสับหรือปั่นผลไม้ที่มีความแตกต่างกัน
  • พิจารณาตัวสวิตช์ที่ใช้ในการเปิดปิดเครื่องให้ตอบสนองการทำงานได้ทันที
  • พิจารณาถึงปริมาณในการปั่นแต่ละครั้งเทียบกับปริมาณการผลิตในแต่ละวัน ควบคู่ไปกับกำลังในการผลิตของเครื่อง